
แทงสวนหมายถึงการเลือกฝั่งตรงข้ามกับที่คนส่วนใหญ่เลือก แนวคิดนี้ฟังดูมีเหตุผลเพราะถ้าคนส่วนใหญ่ผิด ฝั่งตรงข้ามย่อมถูก ปัญหาอยู่ที่ขั้นตอนก่อนหน้านั้น คือเราต้องรู้ให้ได้เสียก่อนว่าคนส่วนใหญ่อยู่ฝั่งไหนจริง ๆ
สิ่งที่ถูกใช้แทนข้อมูลฝูงชน
ถามก่อนว่าเรารู้ได้อย่างไรว่าคนส่วนใหญ่อยู่ฝั่งไหน แล้วไล่ดูสิ่งที่คนมักหยิบมาใช้ตอบคำถามนี้ จะพบว่าแต่ละอย่างบอกได้น้อยกว่าที่คิดมาก
| สิ่งที่คนคิดว่าเป็นสัญญาณฝูงชน | สิ่งที่มันบอกจริง | สิ่งที่ยังไม่รู้ |
|---|---|---|
| โพสต์ในกลุ่มและความเห็นที่เห็นบ่อย | ความเห็นของคนที่โพสต์เท่านั้น | คนที่ไม่โพสต์คิดอย่างไรและวางเท่าไร |
| ทีมที่มีแฟนเยอะกว่า | ความนิยมของสโมสร | ความนิยมไม่ได้แปลว่ายอดเงินไปทางนั้น |
| ราคาที่ขยับไปทางหนึ่ง | มีแรงมาทางนั้นพอให้ต้องปรับ | แรงนั้นมาจากคนจำนวนมากหรือน้อยราย |
เราไม่มีตัวเลขสัดส่วนเงิน
ในตลาดที่เปิดเผยสัดส่วนของยอดเงินแต่ละฝั่ง การพูดถึงฝูงชนยังพอมีฐาน แต่สำหรับผู้เล่นทั่วไปในบ้านเราไม่มีตัวเลขแบบนั้นให้ดู สิ่งที่ถูกเรียกว่าฝูงชนจึงมักเป็นการเดาจากสิ่งที่เห็นรอบตัว ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เล็กและเอียงไปทางกลุ่มที่เราอยู่
ราคาที่ขยับไม่ได้แปลว่าคนแห่ไปทางนั้น
การเคลื่อนของราคาเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งข่าวผู้เล่น การปรับของระบบเอง และยอดจากไม่กี่รายที่ใหญ่พอ การอ่านการขยับว่าเท่ากับเสียงของคนหมู่มากจึงข้ามขั้นตอนไปหนึ่งชั้น สาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมดอยู่ที่ การขยับของราคาบอกอะไรได้บ้าง
สวนเพราะมีเหตุผล ไม่ใช่เพราะสวน
ถ้าการวิเคราะห์ของเราชี้ไปฝั่งหนึ่งอยู่แล้ว และบังเอิญเป็นฝั่งที่คนรอบตัวไม่เลือก นั่นไม่ใช่การแทงสวน นั่นคือการทำตามข้อสรุปของตัวเอง สิ่งที่ควรระวังคือการเลือกฝั่งเพราะอยากต่างจากคนอื่น ซึ่งเป็นการให้คนอื่นกำหนดคำตอบของเราอยู่ดี เพียงกลับทิศเท่านั้น เกณฑ์ที่ควรใช้ตัดสินอยู่ที่ เหตุผลต้องมาจากส่วนต่าง
อคติกลับทิศก็ยังเป็นอคติ
คนที่เคยเสียเพราะเชื่อกระแสมักเปลี่ยนมาสวนทุกครั้งเป็นการชดเชย ทั้งสองแบบมีจุดเหมือนกันคือไม่ได้ตัดสินจากข้อมูลของนัดนั้น วิธีจับอคติของตัวเองอยู่ที่ อคติของเราเองมาก่อน
ที่มาของคำในวงสนทนาไทย
คำนี้เกิดจากภาพของการเดินไปคนละทางกับคนหมู่มาก และถูกใช้ทั้งในความหมายกลาง ๆ และในความหมายที่แฝงความภูมิใจว่ากล้าต่างจากคนอื่น ความหมายชั้นหลังนี้เองที่ทำให้คำนี้อันตราย เพราะเปลี่ยนการตัดสินใจให้กลายเป็นเรื่องของภาพลักษณ์แทนที่จะเป็นเรื่องของข้อมูล เมื่อใดที่รู้สึกว่าการสวนทำให้ดูรู้มากกว่าคนอื่น นั่นคือสัญญาณว่าเหตุผลเริ่มไม่ได้มาจากนัดที่กำลังดูอยู่
เสียงที่ดังที่สุดไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่
คนที่พูดเยอะที่สุดในกลุ่มมักเป็นคนกลุ่มเล็ก และความมั่นใจของเขาก็ไม่ได้แปลว่ามีคนตามมากตามนั้น การใช้เสียงในวงสนทนาแทนภาพรวมจึงคลาดได้มาก มุมมองเรื่องการฟังคนอื่นอยู่ที่ อย่าสวนเพียงเพราะคนอื่นเชียร์
คำถามที่พบบ่อย
แปลว่าแนวคิดนี้ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม
ใช้ได้เมื่อมีข้อมูลสัดส่วนเงินที่ตรวจได้จริง ถ้าไม่มี สิ่งที่ทำอยู่คือการเดาว่าคนอื่นคิดอะไร
ทีมดังราคามักแพงกว่าจริงไหม
เป็นข้อสังเกตที่พูดกันบ่อย แต่การยืนยันต้องใช้บันทึกของตัวเองในระยะยาว ไม่ใช่ความรู้สึกจากไม่กี่นัด
ควรเริ่มจากอะไรแทน
เริ่มจากการประเมินของตัวเองให้จบก่อน แล้วค่อยดูราคา ถ้าสองอย่างไม่ตรงกันจึงค่อยหาเหตุผล
เนื้อหานี้เปิดให้อ่านเมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป การเลือกฝั่งตรงข้ามกับคนอื่นไม่ได้เพิ่มโอกาสถูกโดยตัวมันเอง